24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 เมษายน 2568
>> รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำแล้วไถลตกคูน้ำริมถนน มีผู้เสียชีวิต 1 และเจ็บสาหัส 1 ราย
08.15 น. ได้รับแจ้งจาก สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งตกคูน้ำ และมีทั้งผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ริมถนนสาย อยุธยา-เสนา ขาเข้าตัวเมืองอยุธยา ใกล้เคียงซอยเสริมเจริญ ในพื้นที่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งมีพลเมืองดีช่วยเหลือนำขึ้นจากคูน้ำแล้ว โดยผู้บาดเจ็บ 1 รายเป็นชาย อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครช่วยเหลือ ก่อนมอบให้รถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นผู้หญิงไทย อายุ 27 ปี มีอาการสาหัส, หมดสติ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและใบหน้า ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล และดำเนินการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทางเจ้าหน้าที่ ดำเนิการดึงรถจักรยานยนต์ที่นำขึ้นจากคูน้ำมาตรวจสอบ เป็นยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 427 พระนครศรีอยุธยา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา
>> ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ท เกาะไม้ท่อน ภูเก็ต นักท่องเที่ยวกระโดดหนีได้ทัน
09.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสุดระทึกกลางทะเล บริเวณอ่าวน้ำห้อง หลังเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต โดยเหตุการณ์นี้เป็นเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ท ที่อยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก กลุ่มควันไฟสีดำที่พวยพุ่งเต็มท้องฟ้า เหตุการณ์นี้ สร้างความแตกตื่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์อย่างมาก รวมถึงคนบนเรือที่พยายามหลบหลบหนีออกมาจากเรือ มีรายงานว่านักท่องเที่ยวบนเรือทั้งหมดปลอดภัยดี
ทางด้าน นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์ควบคุมจราจรและความปลอดภัยทางทะเลอันดามันว่า ได้เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งใบอนุญาตจะหมดอายุวันที่ 5สิงหาคม 2568 เป็นเรือสองเครื่องยนต์บรรทุกคนโดยสารเรือเร็วและมีนักท่องเที่ยวบนเรือ 34 รวมไกด์แล้ว (33+1) คน ประจำเรือ 3 คนรวม 37 คน ได้เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณด้านทิศตะวันตกขอไม้ท่อน ห่างจากฝั่ง 50 เมตร เรือได้ถึงเกาะไม้ท่อนเรียบร้อยแล้ว
ล่าสุดมีรายงานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 ราย ขณะนี้เหลือเพียง 1 รายที่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยเป็นคนประจำเรือตำแหน่งผู้ควบคุมเครื่อง (ช่างเครื่องยนต์) ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นทั้งหมดได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ได้ออกคำสั่งห้ามใช้เรือลำดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เจ้าของเรือได้ดำเนินการกู้เรือและนำขึ้นคานที่อู่เรือมานพ โคกโตนด ตำบลฉลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 พร้อมด้วยเจ้าพนักงานตรวจเรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> รองผู้ว่าฯ กทม. รายงานพบ 6 จุดต้องสงสัยเป็นร่างมนุษย์ใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม
10.50 น. ที่บริเวณจุดเกิดเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว รศ.ทวิดา กมลเวช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดของปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย ระบุว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (31 มี.ค.) พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 13 ราย
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมายังศูนย์อำนวยการเหตุการณ์เพื่อติดตามและบัญชาการการค้นหาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการดำเนินงานร่วมกับทีมกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ผลการสแกนด้วยอุปกรณ์ตรวจจับพบรูปร่างของผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารจำนวน 6 จุด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการทำงานเพื่อเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวให้เร็วที่สุด
รองผู้ว่าฯ ทวิดา เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในส่วนของการเคลื่อนย้ายซากอาคาร ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ จุดต้องสงสัยทั้ง 6 จุดมีลักษณะการกระจุกตัวกันอยู่ ทำให้การเข้าถึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งโครงสร้างอาคารที่ถล่มลงมาทับซ้อนกัน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการระบุว่าผู้สูญหายอยู่ในระดับชั้นใดของอาคารเดิม
สำหรับตัวเลข 70 จุด ที่มีรายงานมาก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพียงการสแกนเบื้องต้นที่พบวัตถุมีลักษณะคล้ายร่างกายมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือมาตรฐานตรวจจับอย่างละเอียด ทำให้ขณะนี้สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามี 6 จุดที่เป็นรูปร่างมนุษย์ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้สูญหายในจุดดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้สามารถตรวจจับได้เฉพาะรูปร่างเท่านั้น
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะมีการรายงานความคืบหน้าของปฏิบัติการช่วยเหลือให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
>> กรมการขนส่งทางบก ลงดาบ วินจยย. ฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสารแพง วันแผ่นดินไหว
13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว ว่าถูกผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทะเบียนกรุงเทพฯ เอารัดเอาเปรียบโดยเก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 เวลาประมาณ 17.20 น. บริเวณสถานีรถไฟฟ้า MRT ลุมพินีนั้น
วันนี้ กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ได้เชิญตัว ชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันที่ถูกร้องเรียนมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยผู้ขับขี่ให้การว่า รับผู้โดยสารดังกล่าวจากสถานีรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรีทางออก 2 ไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้า MRT ลุมพินี ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยคิดค่าโดยสาร 200 บาท และภายหลังขอเพิ่มอีก 50 บาท รวมค่าโดยสารทั้งสิ้น 250 บาท
กรมการขนส่งทางบก พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมของ ชายผู้ขับขี่ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และยังเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว จึงได้ดำเนินการ ดังนี้
ลงโทษเปรียบเทียบปรับในข้อหาเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 66/5 เป็นเงิน 3,000 บาท, พักใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะของ ชายผู้ขับขี่ เป็นเวลา 1 เดือน, ส่งเข้ารับการอบรมจิตสำนึกการให้บริการขนส่งสาธารณะ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ายังมีพฤติกรรมเช่นนี้อีกจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป
>> ครม. เห็นชอบมาตรการลดค่าไฟฟ้าเดือน พ.ค.-ส.ค. ปี 68 เหลือหน่วยละ 3.99 บาท
13.13 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมรับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ โดยได้เสนอให้มีเป้าหมายการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าที่จะประกาศเรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้า สำหรับรอบเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ปี 2568 นี้ ลงเหลืออัตราไม่เกินหน่วยละ 3.99 บาท โดยไม่มีการอุดหนุนงบประมาณจากภาครัฐ ทั้งนี้ อัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบัน อยู่ที่ 4.15 บาท/หน่วย
>> รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟ แล้วพลิกลงข้างทาง ริมถนนสายมิตรภาพ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย
13.30 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยประชาธรรมกุมภวาปี มีอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนมิตรภาพ เส้นทางอุดรธานี - ขอนแก่น บริเวณบ้านดงเรือง ในพื้นที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว ลักษณะชนเสาไฟ, ขอบทาง แล้วพลิกหงายท้องอยู่ที่ร่องกลางถนน ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดยเป็นชาย 2 และหญิง 2 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลกุมภวาปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุมภวาปี
>> นายกฯ ให้การต้อนรับ "อเล็กซ์ อัลบอน" พร้อมสนับสนุนธงชาติไทยสู่เวทีการแข่งขัน Formula 1
15.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือกับนายอเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักแข่งรถ Formula 1 ลูกครึ่งไทย - อังกฤษ วัย 29 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นนักแข่งของทีม Williams Racing นับเป็นนักแข่งรถที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และเป็นตัวแทนสัญชาติไทยคนที่ 2 ที่ได้ลงแข่งในรายการ Formula 1 ระดับโลก ต่อจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีระพงศ์ ภาณุเดช ภาณุพันธุ์
นายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมต่อนายอเล็กซ์ ที่สามารถทำผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขัน Formula 1 ปีนี้ ซึ่งต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญอย่างสูง และการที่นายอเล็กซ์ใช้สัญชาติไทยและธงชาติไทยในการแข่งขัน ได้สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยในวงการกีฬายานยนต์
ด้านนายอเล็กซ์กล่าวว่า การกลับมาเยี่ยมเยือนบ้านเกิดในครั้งนี้รู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยและรัฐบาล พร้อมขอมอบกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นในช่วงยากลำบากจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ไปได้ ทั้งนี้ นายอเล็กซ์ยังรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนคนไทยในการแข่งขันรถ Formula 1 อีกทั้งยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีบทบาทสำคัญในการแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย รวมทั้งหวังว่าจะได้ร่วมกับรัฐบาลเผยแพร่และสร้างการรับรู้ด้านการแข่งรถให้กับคนไทยมากยิ่งขึ้น
>> รวบเฒ่าแค้นใจ เอาขวานฟันหน้าหนุ่มขับรถเมล์ อ้างปมชู้สาว หนีคดี 10 กว่าปี
15.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) จับกุมผู้ต้องหาชาย อายุ 57 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร” โดยจับกุมได้ที่หน้าวัดแห่งหนึ่ง ซอยสุขสวัสดิ์ 74 อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
สืบเนื่องจากเมื่อเดือน กรกฎาคม 2556 ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนขับรถประจำทางได้เข้าแจ้งความ ว่า ขณะที่ผู้เสียหายได้ขับขี่รถโดยสารประจำทางสาย 17 มาถึงบริเวณป้ายรถประจำทาง ปากซอยพระรามที่ 2 ซอย 33 ถนนพระราม 2 ผู้ต้องหาได้วิ่งขึ้นมาบนรถฯ และได้ชำระเงินค่าโดยสาร เมื่อผู้เสียหายขับรถฯ มาถึงหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนพระรามที่ 2 จู่ๆ ผู้ต้องหาชารายนี้ ก็เดินเข้ามาหาและใช้ขวานฟันมาที่ใบหน้าและศีรษะเป็นบาดแผล และยังถูกทำร้ายอีก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ระบุ ปมเหตุแค้นเป็นเรื่องชู้สาว แต่ไม่ขอให้รายละเอียดในชั้นจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางมด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 12 ร่าง ผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคาร สตง.ถล่ม
18.28 น. ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยว่า ร่างของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม ถูกส่งมาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่สถาบันนิติเวชวิทยา แล้วจำนวนทั้งหมด 12 ร่าง ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคลได้ครบทุกร่างแล้ว แต่ยังมีปัญหาในส่วนของร่างที่เป็นแรงงานชาวต่างชาติจำนวน 1 ร่าง ที่ทางแพทย์นิติเวชพิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นบุคคลใด แต่ยังไม่มีบริษัท หรือญาติของผู้เสียชีวิตรายนี้เข้ามายืนยัน ในเรื่องของการตรวจดีเอ็นเอ ในตอนนี้มีครอบครัวของผู้สูญหายจำนวนกว่า 40 ครอบครัว เข้ามาติดต่อและขอเก็บดีเอ็นเอเพื่อเป็นฐานข้อมูลเอาไว้แล้ว แต่ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้เข้ามาติดต่อ
ผบก.พฐก.กล่าวต่อว่า เนื่องจากในตอนนี้ตัวเลขของผู้สูญหายทราบว่ามีประมาณ 76 ราย จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ญาติของผู้สูญหายในเหตุการณ์ตึกถล่มเดินทางเข้ามาที่สถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อเก็บหลักฐานทางดีเอ็นเอ และเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความ โดยสามารถเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาได้เลย เพราะที่นี่เรามีการจัดเตรียมพนักงานสอบสวน พร้อมกับเขตในการแจ้งใบมรณบัตรเอาไว้แล้ว
>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำกลางถนนเลียบคลอง 9 ธัญบุรี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย
20.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนเลียบคลอง 9 รังสิต - นครนายก ใกล้เคียงศาลารอรถ เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน นครปฐม และห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 45 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี
>> แก๊สหุงต้มรั่วไหลแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 68 เจ้าหน้าที่รุดเข้าปิดวาล์วแก๊สและดับไฟได้ทัน ไม่ลุกลามตัวอาคาร
21.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุแก๊สหุงต้มรั่วไหล สถานที่เกิดเหตุ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 68 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นแก๊สหุงต้มแอลพีจีขนาด 15 กิโลกรัม วาล์วถังแก๊สชำรุดทำให้แก๊สรั่วไหล เพลิงลุกไหม้สายแก๊สและหัวเตาแก๊ส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ และทำการปิดวาล์วแก๊สเป็นที่เรียบร้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อตัวอาคาร ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
22.27 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 5.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 196 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> พบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย นำส่งสถาบันนิติเวช นับเป็นรายที่ 13 ที่พบใต้ซากตึก สตง.
23.30 น. รายงานว่า จากกรณีเหตุอาคาร สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย
อาสาและเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู พร้อมหน่วยกู้ภัยป่อเต๊กตึ๊ง นำร่างผู้เสียชีวิตจากซากอาคารมาที่จุดชันสูตรเบื้องต้น ก่อนนำส่งสถาบันนิติเวชต่อไป
มูลนิธิร่วมกตัญญู คืบหน้าว่า ผู้เสียชีวิตยังไม่สามารถระบุเพศได้ และนับว่าเป็นผู้เสียชีวิต รายที่ 13 ที่พบใต้ซากตึก สตง.
>> ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ
00.32 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งเหตุเบื้องต้น คนร้ายเป็นผู้ชาย 1 ราย หมวกนิรภัยสีขาว ไม่ทราบการแต่งกาย ใช้อาวุธมีด ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ บริเวณซอยพุทธบูชา 24 ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด 3,000 บาท
หลังก่อเหตุใช้ยานพาหนะ เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซุปเปอร์คัพ ไม่ทราบสีและทะเบียน หลบหนีมุ่งหน้าซอยพุทธบูชา 23 พื้นที่ สน.บางมด
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
03.59 น กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.5 ลึก 10 กม. ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 243 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
3 เมษายน 2568
3 เมษายน 2568