หน้าแรก > สังคม

กทพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนโครงการทางพิเศษ จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้

วันที่ 7 มีนาคม. 2568 เวลา 11:17 น.


วันนี้(7 มี.ค.68) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Opinion Hearing) งานศึกษาทบทวนความเหมาะสม และจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ เพื่อนำความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมาประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พศ. 2562

โดยมีนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  เป็นประธาน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา หน่วยงานท้องถิ่นภูเก็ต สื่อมวลชน เข้าร่วม

นายสุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทางถนน แก้ไขปัญหาการจราจร และอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ประกอบตัวยโครงการทางพิเศษ 2 ระยะ ได้แก่ โครงการระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง มีระยะทาง 3.98 กิโลเมตร และ
โครงการะยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ มีระยะทาง 30.62 ก็โลเมตร รวมระยะทางของโครงการทั้ง 2 ระยะ มีระยะทาง 34.60 กิโลเมตร

กทพ. ได้ศึกษาแนวทางการดำเนินโครงการพางพิเศษจังหวัดภูเก็ต โดยรัฐจะรับผิดชอบงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน กทพ.ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างงานโยธา โครงการระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กำหรับ การก่อสร้างงานระบบ และการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (Operation & Maintenance: OBM) ของโครงการทั้ง 2 ระยะ เช่น ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง และระบบควบคุมจราจร เป็นต้น กทพ. ได้เห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของเอกชน

ดังนั้น โอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ โดย มูลค่าเงินลงทุนโครงการ ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าก่อสร้างงานโยธา (รวมคำควบคุมงานก่อสร้าง) และคำก๋องร้างงานระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมจราจร (งานระบบ) ของโครงการ ระยะที่ 1 รวมประมาณ 16,759 ล้านบาท และโครงการ ระยะที่ 2 รวมประมาณ 45,930 ล้านบาท โดยค่าก่อสร้างงานระบของโครงการทั้ง 2 ระยะ รวมประมาณ 2,230 ล้านบาท ส่วนค่าเนินการและบำรุงรักษา (OGA) โครงการทั้ง 2 ระยะ (ระยะเวลา 30 ปี) รวมประมาณ 24,800 ล้านบาท

สำหรับการจัดเก็บค่าผ่านทางของโครงการะยะที่ 1 จัดเก็บค่าผ่านทางอัตราเดียว (Flat Rate) ผ่านทาง ณ ปีเปิดให้บริการ (ปี 2573) เท่ากับ 15/ 40/ 85/ 125 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์/ รถ 4 ล้อ/รถมากกว่า 10 ล้อ ตามลำดับ และโครงการะยะที่ 2 จัดเก็บด่าผ่านทางตามระยะทาง (Distance-Based Rate) โดยมีอัตรา ค่าแรกเข้า 40/ 80/ 120 บาท และค่าทางต่อระยะทาง 1.50/  3.00/ 4.50 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถ 4 ล้อ/ รถ 6-10 ล้อ/ รถมากกว่า 10 ล้อ ตามลำดับ สำหรับการคาดการณ์ปริมาณจราจร ณ ปีเปิดให้บริการ (ปี 2573) ประมาณ 69.386 คัน/วัน โดยโครงการมีอัตราผลตอบแทนด้านการเงิน (F889) เท่ากับ 1.82% และโครงการนี้มีความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ อัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) เทำกับ 18.85%

"การจัดสัมมนารับฟังความติดเห็นจากนักลงทุนภาคเอกชน เพื่อทราบถึงความสนใจของนักลงทุน และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุน รวมถึงได้รับข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน ประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562  

ทั้งนี้ โครงกางพิเศษจังหวัดภูเก็ตนับเป็นทางเลือกในการเดินทางที่จะช่วยบรรเท่าปัญหาการจราจรบนถนนเทพกระษัตรี (ทางหลวงหมายเลข 402) และถนนพระบารมี (ทางหลวงหมายเลข 4229) รวมทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดภูเก็ตให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้เดินทางยิ่งขึ้น" นายสุรเรษฐ์ กล่าวในท้ายที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม