วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 05:26 น.
ตำรวจสายตรวจ 191 ล่อซื้อหนุ่มลอบค้า "ลิงแสม" ผ่านเฟซบุ๊ก
(13 ก.พ.68) พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ พ.ต.ท.ศตวรรษ คนชุม พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจฯ พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สายตรวจ เข้าจับกุมนายกอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง ลิงแสม จำนวน 2 ตัว โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และเงินสด จำนวน 4,500 บาท (เงินล่อซื้อ) โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ย่านประชาอุทิศ 17 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้ลักลอบลอบค้าสัตว์ป้าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทางสื่อออนไลน์เฟซบุ๊ก ประกอบกับนโยบาย ของ พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง จากนั้นได้ทำการสืบสวนแบะส่งสายลับทำการติดต่อสั่งซื้อสัตว์ป่าคุ้มครองจากผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว โดยตกลงซื้อ ลิงแสม จำนวน 1 ตัว ในราคา 4,500 บาท และนัดส่งมอบลิงแสม ที่บริเวณบ้านดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ให้สายลับไปรอพบผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว พบนายกอ (นามสมมุติ) ทราบชื่อภายหลัง เดินออกมารับสายลับเข้าไปในบ้าน เพื่อตรวจสอบลิงแสมที่ได้ตกลงซื้อชายกันไว้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะแสดงตัวเข้าจับกุมและขอตรวจค้นภายในบ้าน
ผลการตรวจค้นพบธนบัตร (เงินล่อซื้อซื้อ) และลิงแสมอีก 1 ตัว อยู่ในกรงเหล็กวางไว้ที่บ้าน และพบโทรศัพท์มือถือวางอยู่ภายในบ้านฯ ตรวจสอบแล้วมีข้อความที่สนทนาซื้อขายลิงแสมกับสายลับ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งให้ นายกอ ทราบว่า ลิงแสม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหากต้องการค้าหรือครอบครองต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป้าและพันธุ์พืช ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดอยู่ในบัญชีแนบท้ายใบอนุญาตด้วย แต่นายกฤษ ให้การว่าไม่มีใบอนุญาตให้ค้า และมีไว้ในความครอบครอง โดยรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง
เบื้องต้นจึงนำตัวแจ้งข้อกล่าวหาว่า "ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 29 และ 17" ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป